ถึงเทศกาลตรุษจีนทีไร ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า “งานวัดฉลอง” ก็เริ่มต้นขึ้นด้วยเช่นกัน สำหรับความเป็นมาของงานวัดฉลองซึ่งจะจัดตรงกับวันตรุษจีนของทุกๆ ปีนั้น มีเกร็ดอดีตที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว เรื่องราวมีอยู่ว่า สมัยก่อนผู้คนแถบบ้านฉลองซึ่งมีอาชีพทำนา ทำไร่ เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จในช่วงเดือนอ้าย เดือนยี่แล้ว ก็จะเข้าหน้าแล้งพอดี ช่วงที่ว่างเว้นจากการทำนาในช่วงหน้าแล้งนี้ ชาวบ้านก็จะรวมตัวกันเพื่อแสวงหาความรื่นเริงบันเทิงใจ หลังจากที่ต้องตรากตรำทำนามาตลอดช่วงฤดูฝน ซึ่งสมัยก่อนสถานที่ที่เป็นศูนย์กลางของผู้คน ก็เห็นจะมีแต่วัดเท่านั้น ชาวบ้านจึงรวมตัวกันไปทำบุญพร้อมกับจัดงานรื่นเริงร่วมกันด้วย อาจกล่าวได้ว่า นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของงานประจำปีวัดฉลอง ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกประมาณปี พ.ศ.2476 ต่อมาชาวบ้านรู้สึกว่าการจัดงานบุญรื่นเริงเช่นนี้ อาจจะเป็นการรบกวนพระสงฆ์องค์เจ้า จึงเห็นสมควรให้ย้ายสถานที่จัดงานใหม่ ไปที่บริเวณห้าแยกฉลองหรือตรงที่เป็นท่าเทียบเรือในปัจจุบันซึ่งเป็นที่ดินของวัดในปีพ.ศ.2484 โดยใช้สถานที่นั้นจัดงานอยู่หลายปี
แต่ต่อมาเมื่อพระครูกิจจานุการ (หลวงพ่อช่วง) ได้มรณภาพลง ในครั้งนั้นทางวัดได้จัดงานฌาปนกิจหลวงพ่อท่านอย่างยิ่งใหญ่ คณะกรรมการวัดก็เห็นพ้องต้องกันอีกว่าการจัดงานในวัดจะเป็นการสะดวกกว่าให้จัดงานที่ชายทะเล เพราะบริเวณชายทะเลไม่มีพื้นที่ที่เป็นศูนย์รวมเด่นชัด และไม่มีเป้าหมายชัดเจนว่ามารวมตัวกันเพื่ออะไร มีแต่อันเชิญรูปหลวงพ่อแช่ม และหลวงพ่อช่วงไปสักการะเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นที่ไม่ประทับใจของชาวบ้าน อีกทั้งบริเวณที่จัดงานยังกว้างขวาง ทำให้แลดูกระจัดกระจาย งานประจำปีของวัดฉลองจึงได้ย้ายกลับมาจัดที่วัดใหม่อีกครั้งหนึ่ง
เมื่อย้ายกลับมาที่วัดแล้ว คณะกรรมการวัดก็พิจารณาเห็นว่าถ้าหากมีการจัดงานวัดเลื่อนจากเดือนอ้าย เดือนยี่ มาเป็นเดือนสามซึ่งตรงกับตรุษจีนจะเหมาะสมกว่า เพราะช่วงตรุษจีนคนไทยเชื้อสายจีนจะนิยมไปไหว้พระที่วัดกันมาก ดังนั้นงานประจำปีวัดฉลอง จึงได้ย้ายจากเดือนยี่มาเป็นเดือนสามนับแต่บัดนั้น ช่วงระยะเวลาการจัดงานจะเริ่มตั้งแต่วันชุ่ยอิ้ดเป็นต้นไปจนถึงวันชุ่ยเก้า รวมเป็นเวลาเก้าวัน แต่ต่อมาก็ลดลงเหลือเจ็ดวันดังเช่นปัจจุบัน
งานวัดฉลอง เป็นงานวัดที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัดภูเก็ต เพราะจัดได้ว่าเป็นงานประจำปีที่มีมาช้านาน และทุกๆ ปีก็จะจัดกันอย่างยิ่งใหญ่ถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน มีทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ หรือแม้แต่เพื่อนบ้านจังหวัดใกล้เคียงต่างมุ่งหน้าเพื่อมาร่วมงานโดยเฉพาะ ซึ่งในแต่ละคืนก็จะมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ปาเป้า, ยิงปืน, เล่นบิงโก, สาวน้อยตกน้ำ, ม้าหมุน, ชิงช้าสวรรค์, หนังกลางแปลง, รำวง ฯลฯ แต่ละกิจกรรมก็เป็นที่ชื่นชอบของบรรดาเด็กๆ และหนุ่มสาวเป็นอย่างมาก และยังมีมหรสพซึ่งหาดูได้ยากยิ่งในปัจจุบัน เช่น ลิเก หนังตะลุง มโนราห์ เป็นต้น
มีการจับสลากรางวัลใหญ่ให้ได้ลุ้นกันพอหอมปากหอมคอที่บูทของสภากาชาดไทย ให้เป็นการทำกุศลอีกทางหนึ่งเพราะรายได้ทั้งหมดก็จะนำไปสมทบทุนของสภากาชาดไทยต่อไป แต่โซนที่ดูจะได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปเป็นพิเศษเห็นจะเป็นโซนของการเช่าวัตถุมงคล เพราะในแต่ละปีก็จะมีผู้ศรัทธามาเช่าวัตถุมงคลไปบูชาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีส่วนของบูทจำหน่ายอาหาร ขนมพื้นเมือง เสื้อผ้า ต้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อีกมากมาย
ข้อมูลเพิ่มเติม
งานจัดขึ้น23 มกราคม -2 กุมภาพันธ์ 2560
ที่มา http://www.phuketbulletin.co.th/
http://nwnt.prd.go.th/
http://oknation.nationtv.tv/



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น